SME Export Thailand เว็ปข่าวสารและให้ความรู้ธุรกิจส่งออก

ตลาดมะขามไทย ในสหรัฐอเมริกา

มะขามไทย ส่งออก

ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกมะขามรายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้ผลิตมะขามมากเป็น อันดับสองในโลก ผลิตภัณฑ์มะขามที่ส่งออกมีทั้งมะขามสด มะขามเปียก และมะขามแห้ง คู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ จีน ญี่ป่น เจียดนาม พิเลิปปีนส์ ปากีสถาน แคนาดา สหภาพยุโรป และ สหรัฐอเมริกา

การปลูกมะขามในสหรัฐฯ

มะขามพันธุหลักที่ปลูกในสหรัฐฯ จะเป็นมะขามที่ให้รสเปรี้ยว และ เปรี้ยวหวาน มีการ ปลูกในพื้นที่ตอนใต้ของรัฐฟลอริดา รัฐคาลิฟอร์เนีย และ ในรัฐฮาวาย ซึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสม สำหรับเครื่องดื่ม เครื่องปรุงอาหาร การบริโภคมะขามในสหรัฐฯ การเพาะปลูกมะขามในสหรัฐฯ ถือว่า เป็นการทำเกษตรกรรมขนาดย่อม กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ไม่มีผลการสำรวจพื้นที่การเพาะปลูก และ ปริมาณผลผลิตมะขามที่ปลูกในสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งจำหน่ายในท้องถิ่น และอีกส่วนหนึ่งนำไปเป็นวัตถุดิบใน อุตสาหกรรมอาหาร

การบริโภคมะขามของสหรัฐฯ

มะขามที่บริโภคในสหรัฐฯ แยกเป็น 2 ประเภท คือ มะขามรสหวาน นิยมบริโภคในกลุ่ม ผู้บริโภคซาวเอเชีย เซ่น คนไทย คนเวียดนาม ซึ่งมะขามซนิดนี้น่าเข้าจากประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้า แห่งเดียวที่ส่งมะขามหวานไปสหรัฐฯ ส่วนมะขามรสเปรี้ยวมักจะบริโภคในกลุ่มผู้บริโภคเขื้อสายฮิสแปนิก เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสินค้าจะน่าเช้าจากเม็กซิโก

การนำเข้ามะขามของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ นำเข้ามะขามสดและมะขามตากแห้งในปี 2557 รวมเป็นมูลค่า 7.02 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ร้อยละ 17.59 มีแหล่งน่าเข้าที่สำคัญ คือ ไทย ร้อยละ 66.80 เม็กซิโก ร้อยละ 28.39 และ อินเดีย ร้อยละ 4.43 การนำเข้าแยกออกเป็น มะขามสด (รหัส HSC 0810.90.1730) มูลค่า 2.64 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.59 โดยประเทศไทยมีลัดส่วนตลาดสูงร้อยละ 84 หรือคิดเป็นมูลค่า 2.22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมะขามสดนำเข้าจากไทยส่วนใหญ่เป็นมะขามหวาน ส่วนที่เหลือเป็นมะขามสดรสเปรี้ยวนนำเข้าจากเม็กซิโก และนำเข้ามะขามตากแห้ง (รหัส HSC 0813.40.8000) เป็นมูลค่า 5.48 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มร้อยละ 21.78 มีแหล่งนำเข้าสำคัญ คือ ประเทศไทย ร้อยละ 86.85 และ เม็กซิโก ร้อยละ 38.17

อัตราภาษีนำเข้า

อัตราภาษีนำเข้าปกติของสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 2.2 สำหรับสินค้ามะขามสด และ ร้อยละ 6.8 สำหรับมะขามตากแห้ง และเรียกเก็บภาษีร้อยละ 35 กับสินค้าทั้งสองชนิดจากกลุ่มประเทศ ที่ไม่มีความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

สินค้ามะขามของไทยไค้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าในสหรัฐฯ ตามที่ได้รับสิทธิประโยชน์ หรือ GSP สหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ ต่ออายุ GSP ออกไปจนถึงสิ้นปี 2562 และไค้คืนสิทธ์กรณี De Minimis Waivers สินค้ามะขามตากแห้ง

ปัญหาและอุปสรรค

  1. ความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้ามะขามนำเข้าในด้านความปลอดภัยของสำนักงาน US FDA ส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าการส่งออกมะขามไทยไปยังสหรัฐฯ ปัญหาที่ US FDA มักจะพบ และเกิดขึ้นกับสินค้ามะขามนำเข้า คือ สิ่งสกปรก/เน่าเสียเจือปน หรือปนเปื้อนยาปราบศัตรูพืช ซึ่งเป็น ประเด็นที่ US FDAให้ความสำคัญและเป็นเหตุผลไม่อนุญาตนำเข้าสินค้ามะขาม สินค้ามะขามหวาน มักจะโดนข้อหา มีสิ่งสกปรก เน่าเสียเจือปน มีเชื้อรา และมะขามตากแห้งมีสิ่งสกปรกและสิ่งแปลกปลอม เจือปน และ มียาปราบศัตรูพืช
  2. US FDA จัดทำบัญชีผู้ส่งออกปลอดปัญหา หรือ Green List สินค้ามะขามนนำเข้า ตามประกาศของ US FDA เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2558 บัญชี Green List มีผู้ส่งออกไทยสินค้ามะขาม สดมี 6 ราย สินค้ามะขามตากแห้ง 4 ราย และ ผลิตภัณฑ์มะขาม 13 ราย เป็นผู้ส่งออกซึ่ง และ FDA อนุญาตนำเข้าผ่านฉลุย สินค้ามะฃามฃองผู้ส่งออกไทยที่ไม่อยู่ใน Green List จะถูก FDA กักกันสินค้า (Dentention) เพื่อการตรวจสอบก่อนการอนุญาตนำเข้า และหากผลตรวจสอบไม่ผ่านจะถูกสั่งทำลายหรือส่งกลับไปยังประเทศไทย ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าอุปสรรค ประการสำคัญคือ มีจำนวนผู้ส่งออกไทยที่สามารถนำเข้ามะขามในสหรัฐฯ น้อยราย หรือการขยาย ตลาดมะขามไทยไปยังสหรัฐฯ ถูกจำกัดโดยจำนวนผู้ส่งออกไทย
  3. การนำเข้าและการจัดจำหน่ายสินค้าอยู่ในวงของผู้นำเข้าอาหารเอเชีย เซ่น ไทย จีน เวียดนาม และ กลุ่มอิสแปนิก ซึ่งมักจะจำหน่ายสินค้าไปยังร้านชำหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตในกลุ่มซนชาติ มากกว่าจำหน่ายไปยังตลาดผู้บริโภคหลัก
  4. การบริโภคอยู่ในวงแคบและจำกัด บริโภคกันในกลุ่มประเทศที่คุ้นเคยและรู้จัก มะขาม เซ่น ไทย เวียดนาม ลาว หรือ ชาวเชื้อสายอิสแปนิก ซึ่งยังไม่แพร่หลายเข้ากลุ่มผู้บริโภคหลักของ ประเทศ จึงจำให้ยอดขายอยู่ในระดับตํ่า เป็นผลให้การนำเข้าอยู่ในระดับตํ่าไปด้วย
  5. เนื่องจากมะขามสดและมะขามแห้งเป็นสินค้าเกษตรกรรม ผู้นำเข้าต้องมีใบอนุญาต นำเข้าเข้าจากสำนักงาน Animal Plant Health Inspection Service : APHIS กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ จึงจะสามารถนำเข้าได้
    Additional Information
  6. การขยายตลาดการบริโภคมะขามหวานเข้าตลาดผู้บริโภคอิสแปนิก ซึ่งปัจจุบันนิยม บริโภคมะขามรสเปรี้ยว ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมและชักซวนให้ผู้บริโภคอิสแปนิกมาทดรอง

การรับประทานมะขามหวาน

  1. การขยายตลาดการบริโภคมะขามหวานเข้าตลาดผู้บริโภคอิสแปนิก ซึ่งปัจจุบันนิยม บริโภคมะขามรสเปรี้ยว ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมและชักซวนให้ผู้บริโภคอิสแปนิกมาทดลองรับประทานมะขามหวาน
  2. ผู้บริโภคอเมริกัน ให้ความเห็นว่า การบริโภคมะขามมีความยากลำบากกว่าผลไม้ทั่วไป สีสันของเนื้อมะขามไม่น่าซวนทาน และรสซาติแปลกประหลาด ดังนั้น ในการขยายตลาดการ บริโภคมะขามเข้าตลาดผู้บริโภคหลักของสหรัฐฯ ควรพิจารณาในเรื่องการนำเสนอคุณประโยซน์ด้าน โภซนาการที่จะได้รับจากการบริโภคมะขาม เซ่น การนำผลวิจัยมะขามมาเผยแพร่ และจัดทำคำแนะน่า ในการบริโภคทั้งในรูปเอกสารและวิดีโอเผยแพร่ เพื่อเป็นปัจจัยมาถึงดูดให้หันมาบริโภคมะขาม
  3. การผลักดันในรูปผลิตภัณฑ์แปรรูปมะขามให้หลากหลาย หรือสร้างนวัติกรรมใหม่ ทั้งในรูปแบบสินค้าเครื่องปรุงอาหาร (Food Ingredients) ขนม/ของทานเล่น (Snack) และ เครื่องดื่ม (Beverage) เพิ่มเติมจากสินค้ามะขามที่จำหน่ายในรูปมะขามสด หรือ มะขามตากแห้ง มากขึ้น
  4. US FDA ระบุว่า สินค้าอาหารที่นำเข้าไปยังสหรัฐฯ ต้องผลิตอย่างถูกต้อง ตามหลักสาธารณสุขในระดับเดียวกันกับสินค้าอาหารที่ผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศสหรัฐฯ และ การ ตรวจสอบสินค้านำเข้าด้วยความเข้มงวดให้มากขึ้นเป็นลำดับ ดังนั้น การส่งเสริมการส่งออกมะขามของไทย ในสหรัฐฯ ควรเน้นวางกลยุทธ์ตั้งแต่ต้นนั้าจนปลายนั้า ซึ่งหมายถึงการปรับปรุงกระบวนการผลิต การ ยกระดับคุณภาพ การปรับปรุงในเรื่องบรรจุภัณฑ์เพื่อขยายอายุของสินค้า (Shelf Life) การติดฉลากกฎระเบียบบรรจุภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับระเปียบมาตรฐานของสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ส่งออก ไทยใน Green List ให้มากขึ้น
  1. การประซาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์และการเผยแพร่ข้อมูลสินค้าเซิงรุกเพื่อให้ทั้งผู้นำเข้า/ผู้จัดจำหน่าย และผู้บริโภคได้ทราบถึงศักยภาพของสินค้ามะขามของไทย การสร้างโปรไฟล์และ สตอรื่บอร์ด เพื่อนำไปสนับสนุนการรณรงค์เพิ่มการบริโภค
smeexport thailand

smeexport thailand

Leave a Replay

Close Menu
×