SME Export Thailand เว็ปข่าวสารและให้ความรู้ธุรกิจส่งออก

เรื่องเล่า เล่าเรื่อง ส่งออก ตอนที่ 2 เรียน เรียน เรียน แล้วก็เรียน

หลังจาก ได้เข้ามาทำงานในบริษัทที่เน้นในเรื่องการทำส่งออกการค้าระหว่างประเทศแบบเป็นจริงเป็นจังจึงทำให้รู้ว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างมากที่จำเป็นจะต้องเรียนรู้  ในช่วงแรกที่เข้ามาทำที่บริษัทนี้ผมต้องใช้เวลาส่วนมากไปกับการศึกษาเรียนรู้ระบบงาน เข้าอบรมและสัมมนาเกี่ยวกับวิชาการค้าระหว่างประเทศและซื้อหนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจส่งออก การตลาดต่างประเทศ การเจรจาการค้า เทคนิคต่าง ๆ เนื่องจากส่วนงานที่ผมทำจะเน้นไปในทางการสร้างตลาด หาตลาดใหม่ มากกว่าการทำในด้านของเอกสาร logistic หรือเรียกอีกอย่างก็คือเป็น กองหน้า เน้นทำสกอร์ ไม่ได้เป็นกองหลัง แต่ก็อยากจะบอกว่า การทำส่งออกทุกภาคส่วนมีความสำคัญต้องประสานกันและร่วมมือกันทำ คนยิงแต่ประตูแต่ไม่หันมาดูข้างหลังว่าพร้อมมั้ย ก็อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ ประมาณว่า ขายได้ แต่ส่งของไม่ได้ หรือจัดระบบการจัดส่งไม่ดี สุดท้ายถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาลูกค้าก็คงไม่สั่งซื้อมาอีกแน่นอน

 

ครั้งนึงผมเคยทำงานให้บริษัทส่งออกที่เพิ่งจะเริ่มทำส่งออกได้ไม่นาน ผู้บริหารก็ให้เน้นในเรื่องหายอดขายเข้าบริษัทมาก เดินทางเพื่อไปหาลูกค้าใหม่ในต่างประเทศเยอะมาก ก็ปรากฎว่าได้ลูกค้าใหม่ ๆ มาเยอะพอสมควร โดยเฉพาะในกลุ่มของ Modern Trade แถบยุโรป ซึ่งหากใครเคยค้าขายกับห้าง MT ในยุโรป จะรู้ว่าจบโปรเจคได้ เค้าจะสั่งคลุมออเดอร์ตลอดทั้งปีและทยอยส่งออก ซึ่งออเดอร์ตอนนั้นที่เข้ามาก็มีหลายห้างด้วยกัน อาทิเช่น Aldi, Lidl, Keso, etc…เนื่องจากเป็นสินค้าที่กำลังป๊อปขึ้นมา ผนวกกับเซลล์ก็วิ่งเข้าถูกช่องทางทำให้จบออเดอร์ใหญ่ ๆ มาได้  แต่ปรากฎว่า “ โรงงานทำไม่ได้ อีกทั้งควบคุมคุณภาพสินค้าแต่ละ Lot ไม่ได้ตรงตามข้อกำหนดของลูกค้า” ตรงนี้แหละครับ ปัญหาเกิด เป็นเรื่องเป็นราวมีการ Reject สินค้า และการ Claim เยอะพอสมควร จึงทำให้เราโดนตัดคะแนนเกรดของ Supplier ออกไปเยอะ ตรงนี้จึงอยากเตือนว่าควรระมัดระวังเรื่องหลังบ้านให้ดี กำลังการผลิต การประเมินสถานการณ์ต้องทันถ่วงที

 

ย้อนกลับมาตอนที่ทำงานอยู่ที่บริษัทแรก ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่จะต้องหาความรู้มากถึงมากที่สุด นักเขียน อาจารย์ดัง ๆ ที่สอนเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศหลายคนผมโทรไปหา โทรไปคุย สอบถามแบบตรง ๆ เลย คืออยากรู้ว่าเวลาเจอเคส หรือประเมินตลาดบางตลาด ทำแบบไหนถึงจะดีที่สุด เพราะผมซื้อหนังสือของท่านมาอ่าน หลายท่านเลยยินดีให้คำตอบ คิดว่าตอนนี้หลาย ๆ ท่านที่ผมอ่านและศึกษาการทำตลาดคงแก่ชรากันไปหมดแล้ว ^-^ แต่ผมไม่เคยโทรไปหาอาจารย์ตามมหาวิทยาลัยเลย หมายถึงอาจารย์ที่สอนทฤษฎีอย่างเดียว เพราะผมเชื่อว่า เคสจริง ๆ ที่เจอ คนที่ไม่มีประสบการณ์ตรงคงไม่มีสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้จริง ๆ ซึ่งก็มาตรงกับเมื่อไม่นานมานี้ ที่มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเชิญให้ผมไปสอนและทำหลักสูตรการค้าระหว่างประเทศยุคใหม่ โดยจะมีเปิดอบรมให้กับผู้ประกอบการหน้าใหม่ในกลุ่ม Start Up โดยอาจารย์ท่านนี้บอกว่า อาจารย์ที่ไม่มีประสบการณ์ตรง เวลาเจอเคสจริงแล้วมือมันจะสั่น เพราะเคยอธิบายจากตำราเรียนเท่านั้น  

 

สำหรับผมหรือหากจะให้แนะนำ ถ้าคุณสามารถเรียนทั้งภาคทฤษฎีได้แล้วมาลองปฏิบัติจริง ๆ เริ่มลองทำดูเพื่อที่จะได้เจอเคสของตนเอง ก็จะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันขึ้นมาก เพราะบริบทในการทำธุรกิจของแต่ละคนแตกต่างกัน เราคงไม่สามารถนำเคสนึงมาตัดสินเคสอีกเคสนึงได้ 100% เพียงแต่อาจจะเอามาประยุกต์ใช้ในบางส่วนได้เท่านั้นเอง  ผมเชื่อว่าอย่างนี้น่ะ เพราะยิ่งเจอเคสเยอะขึ้น เจอ SME เยอะขึ้น จึงทำให้รู้มากขึ้นว่าปัญหาของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปจริง ๆ เอาเป็นว่า ศึกษาให้เยอะ ๆ แล้วลงมือทำ ผมเชื่อว่ามีทางออกแน่นอน ขอเพียงอย่ายอมแพ้และล้มเลิกไปง่าย ๆ ซะก่อน……..

 

smeexport thailand

smeexport thailand

Leave a Replay

Close Menu
×